ดูไบ ให้ตายเหอะโรบิ้น.. แบทแมนไม่ชอบเมืองนี้เอาจริงๆนะนี่
posted on 05 Nov 2007 23:07 by punnaornอย่าค่ะทุกท่าน โปรดอย่าเพิ่งคิดว่าจขบ.จะชาตินิยมขนาดเจนีวาก็ไม่ดี ปารีสก็ไม่ชอบ ดูไบก็ไม่เอา.. ม่ายช่ายยย ม่ายช่ายย เรารักการท่องเที่ยว เมืองสวยๆเราก็ว่าสวย เรายอมรับว่าเมืองไทยมีอะไรหลายๆอย่างที่ยังปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้อีกแยะโดยนำตัวอย่างจากประเทศอื่นๆมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับวัฒนธรรมเรา... ไม่งั้นทั่นผู้บริหารประเทศประเทศจะไปดูงานประเทศนอกกันทำไมปีละบ่อยๆ
เนอะ
ดูไบเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เชื่อมเอเชีย ตะวันออกกลางและแอฟริกาเข้าไว้ด้วยกัน เนื่องจากสามเหตุผลใหญ่ๆ(วิเคราะห์เองเออเอง ท่านผู้ใดมีความคิดเห็นเป็นอื่นเมนท์ได้ไม่จำกัดนะคะ) หนึ่งคือที่ตั้ง อยู่ระหว่างเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลางโดยมีทางออกทางทะเลทำให้เป็นที่รวบรวมสินค้าเข้าโกดังได้ก่อนส่งขายที่อื่นได้อย่างง่ายดาย สอง น้ำมัน ทำให้มีเงินทุนในประเทศสูง สาม คุณภาพของคน.. คน(ผู้บริหารประเทศเค้า)เล่าปี่เป็นที่สุด เปิดส่วนใหญ่ของเมืองให้เป็นแบบปลอดภาษีทำให้คนจากหลากหลายประเทศเข้าไปทำงานที่นั่นกันเยอะโดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปด้วย คนของเค้าอีกนั่นแหละที่ทำให้เมืองที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากทะเล ทะเลทราย และน้ำมัน (เอิ่ม..หมายถึงมันไม่ได้สวยขนาดนั้นน่ะ) กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับโลกขึ้นมา เราเห็นประเทศที่คุณภาพคนบรรลือโลกอีกที่ค่ะ สิงคโปร์ วันหน้าฟ้าใหม่จะเก็บมาเขียนสู่กันอ่าน
โรงแรมเจ็ดดาวแห่งเดียวในโลกก็อยู่ที่นี่ค่ะ เราจำชื่อไม่ได้แต่คิดว่าคงเคยเห็นกัน ที่เป็นรูปเรือใบน่ะค่ะ (นึกภาพไม่ออกถามอากู๋ google นะคะ).. และเชื่อมั้ย(เชื่อเหอะ) ว่าแค่จะเข้าไปดูลอบบี้โรงแรมนี้(สมัยที่เราไป ตอนนี้ไม่แน่ใจ) คุณต้องเสียเงิน หนึ่งร้อยห้าเหรียญเดอร์แรมหรือประมาณหนึ่งพันบาทไทยเพื่อแค่เข้าไปเบิ่งตามอง! พระเจ้ายอด..มันจอร์จเกินไปหรือเปล่า.. เราไม่ได้เข้าไป เพราะวันที่เราควรต้องเข้าไปจขบ.เกิดป่วยการเมืองขึ้นมาเลยนอนโรงแรมซะงั้น มาคิดตอนนี้.. โรบิ้น.. แบทแมนช่างงี่เง่าเสียเจง..
เราไม่ชอบดูไบด้วยเหตุผลส่วนตัวล้วนๆค่ะ
หนึ่งคือเราไม่ชอบเมืองใหญ่ๆที่จะไปไหนมาไหนทีก็ต้องขับรถกันนานๆ.. มัน spread out มากไปหน่อย เราขับรถไม่เป็นและหลงทางได้ง่ายๆ และสำหรับเรา ดูไบเป็นเมืองที่ไม่มีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง คือไม่มีศิลปวัฒนธรรมที่จะบอกว่านี้คือตัวแทนชั้นนะ.. อะไรดังในประเทศไหนพี่เค้าก๊อปมาใส่ไว้หมด เชื่อมั้ยคะ(เชื่ออีกเหอะ) เค้ากำลังสร้างพิพิฑภัณท์ลูฟ อ่านไม่ผิดค่ะเลอลูฟ ของปารีสนี่แหละ เค้ากำลังจะสร้างใต้ทะเลทรายโดยจะแบ่งงานศิลปะบางส่วนมาจากลูฟต้นแบบและอังกฤษมาจัดแสดง!
เราไม่ชอบเมืองแบบนี้.. มันดู"จงใจ"ทำให้เป็นเมืองท่องเที่ยวไปมากๆจนไม่มีอะไรเหลือเป็นตัวของตัวเองเลย.. (เรารู้สึกอย่างนี้อีกครั้งตอนไปโจฮันเนสเบิร์ก และเดอร์เบิน ซึ่งเป็นสองทริปที่ต่างกรรมต่างวาระแต่เป็นประเทศเดียวกัน.. แอฟริกาใต้) จะเก็บมาเล่าในตอนต่อๆไปนะคะ
เหตุผลที่สองที่ง่าววมากๆคือดูไบทำให้เราอดไปเชียงใหม่ค่ะ.. บอกแล้ว.. เหตุผลส่วนตัวล้วนๆ
เรื่องของเรื่องและเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องคือพี่ชายที่รักยิ่งของเราจบตรีและโทจากมช. ระหว่างที่เค้าเรียน(ไปด้วยทำงานไปด้วย ใช้เงินพ่อแม่ไปด้วย.. น่ารักจริงพี่ชายชั้น) จขบ.ก็จะทะแลดทะแลดไปเชียงใหม่บ่อยๆเพราะกินเกือบฟรีและอยู่ฟรีนี่คะ แถมด้วยความที่ท่านอยู่มานาน ตรอกเล็กซอกซอย หลืบเล็กหลืบน้อยท่านรู้หมดเพื่อนเฮ้วๆท่านก็เยอะและถือเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องพาน้องสาวไปทำความรู้จัก เราเลยโชคดีได้ไปดูอะไรสนุกๆ(ในความคิดเรา) เช่นก่อกองไฟริมกระท่อมทำงานศิลปไปขายถนนคนเดินอยู่ อยู่เนืองๆ.. เรียกว่าปิดสามวันเราต้องรี่ไปเชียงใหม่ทุกที
ปัญหามันอยู่ที่ดูไบมาพรากพี่ออกจากน้องค่ะ.. พี่เราทำงานอยู่ดูไบ เราเลยไร้ญาติขาดมิตรที่เชียงใหม่ไปโดยปริยาย...
รูปพี่ชายจขบ.ที่ดูไบค่ะ เอารูปเค้ามาลงโดยไม่ขออนุญาตอีกต่างหาก หยวนน่ะ ขอกันกินมากกว่านี้
![]()
....เนอะ
edit @ 11 Nov 2007 01:54:53 by ongki

เป็นอีกเมืองที่แทบไม่รู้จักเลยแหะ
พูดถึงดูไบ นึกถึงอะไร?
บอกได้คำเดียวคือน้ำมัน
แต่ไอ้ตึกเรือใบนั้นรู้จักนะ ก็อีกแหละ
ไม่เคยจำหรอก อะไรอยู่ที่ไหน
แย่เนอะ ฮะๆ
#1 By rasia : ปลาทองในโหลดอง on 2007-11-07 18:37