ไม่ได้ไปไหน แต่เจอ Racism ในเมืองไทย.. ทำไมทำกับเพื่อนร่วมชาติอย่างนี้??
posted on 06 Nov 2007 12:21 by punnaorn
จอร์จ..
สืบเนื่องมาจากเมนท์ของท่านเจ้าชายน้อยในเอ็นทรี่ทีึ่แล้วของลอร่า
quote "เรื่องนี้ผมไม่ค่อยรู้สึกนะ ถ้าเป็นกับคนต่างชาติ แต่จะรู้สึกเมื่อเจอไอ้คนชาติเดียวกัีนที่มันเป็นแบบนี้นี่สิ ทำได้งัย" end of quote
ทำให้ลอร่านึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องอยากเขียนสู่กันอ่านก่อนจะโบยบินต่อไปประเทศอื่นๆ
amazing Thailand ที่จขบ.รักมากโปรโมทหนักหนาว่างามอย่างนั้นอย่างนี้นี่แหละค่ะ
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าบริษัทเราจะมีลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติมาเยี่ยมเยียนอยู่เนืองๆให้พอหายคิดถึง.. จริงๆพี่ไม่ต้องมาบ่อยก็ได้นะคะ พี่มาหนูทำงานไม่ค่อยทัน.. แต่ยังมีเวลามานั่งอัพบล็อค.. เจริญ.. แต่นั่นล่ะบริษัทเราเลยมีสมาชิกภาพพวกคลับไฮโซอยู่สองสามแห่งเพื่อที่จะพาพี่เค้าไปทานข้าวหรือว่างๆก็ใช้จัดเป็นที่ประชุม
หนึ่งในนั้นคือโรงแรมใกล้ที่ทำงานนคอนราด ณ ถนนวิทยุ.. ม่ายย ค่ะ ไม่ใช่ที่นี่หรอกที่เราเจอประสบการณ์ที่โหดร้าย บริการเค้าค่อนข้างดีมากถึงมากที่สุด เสียอย่างเดียวคือด้วยความที่เนื้อที่เค้าจำกัดเค้าเลยต้องทำให้ภายในซับซ้อนสักหน่อยเพื่อให้มีปะโยชน์ใช้สอยมากขึ้น ผลก็คือเราหลงทางในนั้นเป็นอาจิณ...
สถานที่มีปัญหานั้นตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทเหมือนกันค่ะ ติดถนนใหญ่เลย ขอไม่บอกชื่อทั้งๆที่อยากบอกใจจะขาดแต่กลัวโดนฟ้อง คลับนี้เป็น exclusive นะคะ สมาชิกเท่านั้นมีสิทธิเข้าไปใช้ได้
วันหนึ่งวันนั้นทีมเรามีประชุมเช้ามากในที่แห่งนี้ เช้าจริงๆขนาดที่เราต้องไปทานอาหารเช้าที่นั่น คือทางเข้าเมื่อออกจากลิฟท์ (ชั้นยี่สิบหก) แล้วจะเป็นโถงกว้างๆแล้วมองขึ้นไปจะมีบันไดไฮโซทอดขึ้นไปยังสถานที่ที่ใช้ทานอาหาร ส่วนชั้นที่เป็นโถงเค้าจะมีปีกแยกซ้ายเป็นห้องอาหารอีกห้อง ขวาจะเป็นทางเดินโค้งๆนำไปสู่ห้องเล็กห้องน้อยอันเป็นห้องประชุมย่อยๆหรือจะใช้เป็นห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวก็ได้ค่ะ
สาธุขอให้ท่านผู้อ่านเดาออกทีเถิดว่าเป็นที่ไหน
ทีนี้เราก็เดินเข้าไปกับเพื่อนร่วมงานคนไทยอีกคนหนึ่ง เชิงบันไดไฮโซก่อนขึ้่นข้างบนมีคุณพี่พนักงานคนไทยนางหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะ ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับ แต่เดี๋ยวก่อน เค้าเป็นพนักงานไม่ต้อนรับค่ะ คือเค้าไม่ต้่อนรับเราเลย นั่งเหมือนไม่เห็นว่าเราเดินเข้ามายังไงยังงั้น อุเหม่.. อะเอาๆ ไม่อยากเสียอารมณ์ตั้งแต่ต้น เราเลยเดินเข้าไปถามเธอใกล้ๆว่าที่ทานอาหารอยู่ไหน เค้าตอบว่าจองในชื่อใครเราก็บอกชื่อเค้าก็.. เชิญข้างบนค่ะ ตลอดเวลานี่แทบไม่มองหน้าเราเลยนะ เรากับคุณพี่ที่ทำงานก็เดินขึ้นไปข้างบน จากนั้นนายที่เคารพ(คนเดียวกับพ่อนกน้ำหนีหนาว)ก็โทรมาขอให้ช่วยไปขนของ คือคืนก่อนหน้านั้นทีมเราโยน lab top ไปไว้ในรถท่านประมาณสี่เครื่อง เรากะท่านพี่เลยต้องไปช่วยท่านขน
ครั้งก่อนเรามาที่นี่จขบ.จำได้ว่าวิธีไปหาลิฟท์ไปลานจอดรถนั้นยุ่งยากหนักหนาสำหรับคนหลงทางเป็นกิจวัตรอย่างอะฮั้น เราเลยหยุดว่าจะถามคุณพนักงานที่นั่งอยู่ก่อนว่าจะไปได้อย่างไรให้เร็วที่สุด
พี่น้อง.. ทันทีที่เราเดินเข้าไปหาเค้าพร้อมกับ.. "ขอโทษค่ะ อยากทราบว่า.." โทรศัพท์โต๊ะเค้าก็ดังขึ้น เค้าหันมาพยักหน้าให้เราเป็นเชิงว่าให้รอ! เอา.. เราเข้าใจ อาจเป็นสายนอกสายด่วน เราเข้าใจ.. แต่เดี๋ยวก่อนฟังๆไปเธอไม่ได้พูดสายนอกค่ะ เธอคุยกับเพื่อน!
พระเจ้าจอร์จ เธอกล้าหาญมากที่ทำเช่นนี้ต่อหน้าลูกค้าที่ยืนรอถามข้อมูลจากเธออยู่ "อืมๆ ชั้นดีขึ้นแล้วแหละแก.. อืมๆ เค้าก็ดีกับชั้นล่ะแก.. อืมๆวันนี้งานยุ่งล่ะแก.. อ๋อๆ ไม่เป็นไร ฯลฯ.." แม่คู๊ณ.. แหม..ทำไปได้ อะนะเราก็ แหม คลับแพงขนาดนี้เค้าไม่มีการอบรมมารยาทให้พนักงา่นบ้างหรืออย่างไร
ซักพักใหญ่ๆเธอก็วางสายค่ะ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ อย่าคิดว่าเธอจะหันมาบริการเราซะให้ยาก ทันทีนั้นก็มีชาวต่างชาติ ครบสูตรผมทองผิวขาวหนึ่งคนเดินเข้ามาหาเธอเพื่อถามข้อมูลอะไรซักอย่าง
คาตาเลยค่ะ เธอลุกขึ้นต้อนรับคนต่างชาติคนนั้นทั้งๆที่เราและคุณพี่คนไทยอีกคนยืนรอเธอโทรศัพท์อยู่พักหนึ่งแล้ว เหมือนเราไม่มีตัวตน! ชิชะหนอยแน่
ถามว่าเธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร
นี่แหละค่ะ racism ที่คนร่วมชาติมีต่อคนร่วมชาติด้วยกัน.. และเท่าๆกับ เป็นการย้ำให้ชาวต่างชาติคนนั้นได้เห็นว่า เค้าเป็นฝรั่ง เค้าต้องได้รับการต้อนรับจากคนไทยก่อนคนไทยด้วยกัน เพราะฉนั้นการจะไปโทษคนต่างชาติอย่างเดียวก็อาจจะไม่ถูกในเมื่อมีกบฎในประเทศแสดงกริยาอย่างนี้ให้พวกเขาดูอยู่ใต้ฟ้าเมืองไทย
และเราคิดว่าผู้หญิงคนนั้นคงแสดงกริยาแบบนี้อยู่บ่อยๆเป็นแน่..
เราอาจไม่ใช่เป็นคนดีนัก แต่เราได้รับการศึุกษามาดี มารยาท(ต่อคนแปลกหน้า) เราก็ใช้ได้ (พูดเองเออเองล้วนๆ) แต่วันนั้นเรากับคุณพี่สะบัดหน้าจากแม่นางผู้นั้นเดินไปที่ลิฟท์.. ชั้นไม่ง้อเธอหรอก หาเองก็ได้ฟะ (แล้วเดี๋ยวเราเจอกัน)
เธอคงเสร็จธุระกับพ่อหนุ่มต่างชาติผู้นั้นแล้วจึงหันมาตะโกนเรียกพวกเรา.. ตะโกนนะคะ.. ตะโกนว่า "น้องๆ จะเอาอะไรหรือคะ".. ใครเป็นน้องคุณไม่ทราบ! แต่ไม่เป็นไร..เดี๋ยวเจอกัน
หลังเสร็จธุระหาทางไปลิฟท์บลาๆๆๆ กลับมาบลาๆๆ ประชุมบลาๆๆ ก็มีอันที่นายใหญ่ที่เป็นสมาชิกที่นี่มาสิบกว่าปีแล้วมีเรื่องต้องคุยกับผู้จัดการฝ่ายขายของคลับนี้เข้า
จขบ.และคุณพี่อีกท่านเลยคุยกับคุณผู้จัดการท่านนี้เรื่องประสบการณ์หลอนอันได้มาจากเพื่อนร่วมงานของเค้า..
คุณผู้จัดการรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่และสัญญาว่าจะตักเตือนแม่นางท่านนั้นให้
อยากซาวเสียงว่า เพื่อนผอง exteen คิดว่าเรื่องราวมันควรจบลงตรงนี้มั้ยคะ ถ้าไม่ คิดว่าจขบ.ควรทำอย่างไร
.
.
.
แล้วจะมาเล่าตอนจบให้ฟังในเวลาอันใกล้นะคะ
โปรดตดตามตอนต่อไป
แค่หาทางให้โดนไล่ออกก็พอก็ได้)
เอาไว้คราวหน้ามาอีก เธอยังไม่เิลิกนิสัยเดิม ๆ ค่อยว่ากันอีกที
#1 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-06 14:19