จขบ. เดินทางค่อนข้างบ่อยมาก เพราะงานที่ทำและความชอบส่วนตัว ช่วงไหนบริษัทไม่แพคลงลังส่งออกนอกนานๆตรูก็จะดิ้นรนไปเองฟะ เพียงแต่ถ้าต้องจ่ายเองเราก็ไปประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้นเองฮ่ะ ประหยัดค่าเครีื่องบิน มัีมกะท่านพ่อสั่งไว้ว่า ประหยัดไว้ลูกกก!

มาเริ่มกันเล้ยยย

กฎเหล็กข้อหนึ่ง

ศึกษา ค่ะ


จะไปประเทศหนายจงถามอากู๋ว่าเค้าต้องการเอกสารอะไรบ้าง อากู๋บอกได้ทุกอย่างนะคะ เพียงถามท่านว่า XXX (France) embassy Thailand ส่วนใหญ่แล้วอากู๋จะตอบให้ในหน้าแรกล่ะ แล้วก็ตามลิงค์ไปดูเวปของสถาณฑูตเค้าเอา ถ้าอากู๋ตอบไม่ได้ก็ถามผึ้งน้อย bug ค่ะ 1133 หรือ 1113 เดี๋ยวนี้จำไม่ได้แล้นอ่ะโดยมากอากู๋ google ฉลาดเริดไม่เสียตังค์อีกต่างหากล่ะ


ศึกษาต่อไป..
บางทีข้อมูลหน้าเวปสถานฑูตอาจไม่อัพเดท อันนี้ต้องดูวันอัพเดทที่ระบุในหน้าจอของแต่ละเวบค่ะ

ได้ข้อมูลแล้วก็โทรศัพท์ถามสถาณฑูตเค้าอีกครั้งว่าข้อมูลในนั้นอัพเดทมั้ย ถ้าไม่ มีเอกสารอะไรที่พี่เค้าต้องการเพิ่มอีกบ้าง..

บางสถาณฑูตเช่นอเมริกาหรือยุโรปต้องโทรนัดหรือเมลล์นัดก่อนจะไปยื่นเอกสารได้นะคะ ดูข้อกำหนดให้ดีจะได้ไม่พลาด บางที่เราต้องไปยื่นด้วยตนเอง บางที่ฝากคนอื่นยื่นให้ก็ได้บางที่ขอวีซ่าเอาตอนเข้าประเทศเลยก็ได้ล่ะ

สอง.. กรอก application ให้เรียบร้อย อ่านง่าย และถูกต้อง

ถูกต้องทั้งข้อมูลและทั้งใบที่กรอกนะคะ เช่นถ้าจะไปเที่ยวก็ใช้ tourist visa application ไปทำงานก็ business visa application เป็นต้น(ทำไมต้องเป็นต้น เป็นดอกได้มั้ย ) อ่านให้ดีๆนะคะ บางแอพต้องกรอกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ บางแอพก็ตามใจฉัน แต่ทางที่ดีกรอกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ให้หมดล่ะค่ะดีแล้ว

สาม.. เอกสารยิ่งมากยิ่งดีจริงไม๊.. ไม่ค่ะ (เลียนแบบคุณหนูดี )

เตรียมเฉพาะเอกสารที่พี่เขาขอก็พอ ทะเบียนบ้าน หรือสำเนาบัตรประชาชน หรือ ใบแจ้งเกิด ถ้าเขาไม่ขอก็ไม่ต้องให้นะคะเพราะคนที่เขานั่งตรวจเอกสารคนแรกจะส่งคืนเรามาอยู่ดีไปถ่ายสำเนามาเป็นการ
เปลืองกระดาษโดยใช่เหตุค่ะ รักษ์โลกๆๆ ที่สำคัญเอกสารที่เค้าขอเราต้องเตรีียมให้ครบนะคะ แต่ถ้าวันนัดสัมภาษณ์ได้เอกสารมาไม่ครบจริงๆก็เอาเท่าที่มีก่อน ที่เหลือค่อย faxตามไปกะได้ค่ะ

เอกสารเบสิคที่สถาณฑูตมักขอคือ

  • แอพพลิเคชั่นที่กรอกไปนั่นล่ะค่ะอันนี้เป็นไฟลท์บังคับ
  • หลักฐานการจองตั๋วการเดินทาง อย่าเพิ่งซื้อตั๋วนะคะ เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอนและความไม่
    แน่นอนคือความแน่นอนค่ะ ดวงตกจริงจริ๊งขอวีซ่าไม่ผ่านก็อย่าให้ต้องเสียค่าตั๋วฟรีๆเล้ย
  • หลักฐานที่พัก หรือใบยืนยันจากโรงแรมว่าเราท่านจะไปอยู่ไหนจากวันไหนถึงวันไหนที่ไหนบ้างนะจ๊ะ เค้าจะได้มั่นใจว่าเราจะไม่ไปกางเต๊นท์อยู่สวนหย่อมบ้านคนของเขาล่ะ
  • เดี๋ยวนี้ถ้าขอเชงเก้นประเภทธุรกิจเค้าจะขอไอ้ใบเสียภาษีด้วยนะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเรา
    เราท่านท่านทำงานในเมืองไทย เสียภาษีมานะยะ และชั้นจะกลับมาแน่ๆย่ะ อ้อๆ เอาจดหมายเชิญจากเจ้าของประเทศไปให้พี่เค้าด้วยนะคะ เปล่าๆๆๆ เค้าไม่ได้ขอให้ประธานาธิบดีหรือนายกเขียนจม.มาหรอกแต่เป็นจดหมายจากบริษัทในประเทศนั้นๆจ้า
  • ถ้าไปเรียนก็พวกหนังสือตอบรับจากมหาลัย หนังสือรับรองที่พักจากหอพักน่ะค่ะ
  • นอกนั้นอาจเป็นหลักฐานพิเศษอื่นๆที่ต้องถามจากสถานฑูตว่าจะเอาอะไรกะตรูอีกแล้วล่ะ จขบ.เคยโดนขอดูสมุดบัญชีทั้งเล่มค่ะ อันนั้นก็ต้องถ่ายเอกสารส่งให้พี่เค้าไป

 เอกสารครบ เตรียมเงินค่าวีซ่าไปให้พอ ทางที่ดีที่สุดคือโทรถามเค้าค่ะว่าตอนนี้ค่าทำวีซ่าอยู่ที่กี่บาท ระบุประเภทวีซ่าที่จะขอให้ถูกต้องนะจอร์จ.. วีซ่าต่างกันราคาก็ต่างกันล่ะ

สี่ การแต่งกาย

เวลาไปสัมภาษณ์วีซ่านี่ถ้าแต่งตัวเรียบร้อยจะมีชัยไปกว่าครึ่งนะจ๊ะ นักรบเวลารบเขายังต้องใส่เกราะเลยใช่ม้า..เวลาเราไปรบกะพี่ๆที่สถานฑูตเราก็ควรแต่งตัวให้ดูดีด้วยนะคะ อย่างน้อยที่สุดก็ถือเป็นการให้เกียรติสถานที่ไง เป็นการสร้างความประทับใจที่ดีด้วยค่ะ ไม่ต้องถึงขนาดใส่สูทผูก
ไทค์ แต่อย่าใส่ยีนส์ขาสั้นลากแตะหนีบไปเลยนะ มันดูไม่ดีกะตัวเราค่ะ

ห้า กริยาเป็นมิตรและพูดจาอย่างมั่นใจและไม่ก้าวร้าว

อันว่าเกินเป็นคนนั้นหนาย่อมต้องอยากได้มิตรภาพดีๆอยู่แล้วใช่มั้ยคะ เวลาพูดจากับพี่ๆที่สถานฑูตก็เคารพนบ
นอบเข้าไว้ ยิ้มให้เค้าเถิดค่ะเรามันสยามเมืองยิ้มอยู่แล้ว แต่ยิ้มอย่างจริงใจนะคะ อย่าเสแสร้งเพราะเค้าสัมภาษณ์
คนกันมาเยอะแล้ว เรื่องแบบนี้ดูออกค่ะ

ลอร่าขอให้จอร์จมีความมั่นใจในการสัมภาษณ์นะจ๊ะ อย่าหลุกหลิกให้เค้าเห็นเด็ดขาดเชียวเดี๋ยวเค้าจะคิดว่าไอ้นี่กะไปก่อการร้ายที่บ้านเค้า ไม่ต้องกลัวๆ คิดซะว่าเค้าก็อยากให้เราไปประเทศเค้านั่นแหละ เงินตราเข้าประเทศนี่ อย่าคิดว่าเค้าจะจ้องจับผิดเราเลยนะ จิตตกเปล่าๆ ไม่ดีๆ เดี๋ยวจะดูหงอเป็นปลาหมอสำลักน้ำ (แม้บางคนจะดูเหมือนโกรธกะเรามาสามชาติแล้วก็เหอะ.. สู้ๆ)

หก โทรตามผลตามเวลาที่กำหนด

เช่นฝรั่งเศสอาจบอกว่าอีกสามวันก็บ่องชู้วววมานะค้าาว่าทางเราต้องการเอกสารเพิ่มหรือจะรับได้เลย หรือถ้าเป็นฮอลแลนด์ก็จะประมาณหนึ่งวันทำการ เราก็โทรตามวันและเวลาที่เค้ากำหนด พึงจำไว้ว่าสถานฑูตไม่
ใช่เซเว่นอีเลฟเว่นซึ่งเปิดได้ทั้งวันทั้งคืน ส่วนใหญ่เค้าจะระบุเวลาให้เราโทรไป.. ก็ตามนั้นค่ะ

เจ็ด เอกสารเพิ่มเติม

ขออะไรเพิ่มมาก็แฟกตามไปได้ค่ะ ถ้าโดนเรียกสัมภาษณ์รอบสองก็อย่าตกใจ คิดซะว่าเราน่ารักเป็นหนักหนาพี่เค้าจึงอยากเห็นหน้าอีกครั้ง หุๆๆๆๆๆ

แปด รับวีซ่า (ลอร่ามั่นใจว่าได้แน่ๆ)

เค้านัดวันไหนก็ไปวันนั้นค่ะ ส่งคนไปรับแทนกะได้แต่ต้องเขียนจม มอบอำนาจแนบไปพร้อมบัตรประชาชนถ่าย
เอกสารของเราและของคนที่ไปรับ รับรองสำเนาถูกต้อง เอาไปพร้อมกับใบรับซึ่งพี่เค้าจะให้วันที่เราไปสัมภาษณ์
แล้วน่ะค่ะ

บางที่เค้าจะให้เราเอาตั๋วเครื่องบินของจริงและใบ travel insurance ไปด้วย ถ้าเค้าขอก็เอาตัวจริงไปพร้อมสำเนาแล้วมอบสำเนาให้พี่เค้าเก็บไว้ดูต่างหน้านะจ๊ะ เป็นตั๋วอิเล็คทรอนิคก็ได้พี่เค้าไม่ว่ากระไรหรอกสิบอกให้

 

ลองทำดูนะคะพี่น้อง

ลอร่ามั่นใจว่าถ้าท่านผู้ฟังทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วไม่ช้าก็เร็วคุณจะได้รับวีซ่าสมใจปองเป็นแน่แท้

ถ้าทำแล้วยังไม่ได้อีกก็บอดี้ฮูบอดี้อิท.. ตัวใครตัวมันล่ะจ้าาาา....

 

ไปล่ะนะจอร์จ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แจ่มค่ะ ขอบคุณนะคะ big smile

ไม่ค่อยอยากไปไหนไกลๆ เพราะกลัวตอนสัมภาษณ์เนี่ยแหละค่ะ เขาจะสัมภาษณ์อะไรบ้างก็ไม่อาจคาดเดาได้

ชอบไปฮ่องกงค่ะ ไม่ต้องขอวีซ่า สั่งอาหารก็ยังสั่งภาษาไทย ยังกะอยู่เมืองไทยย่านเยาวราชแน่ะ เหอะๆ

#1 By ~ Fan of the Hollywood ~ on 2007-12-10 12:48

ขอบคุณมากค่ะ ชีวิตเคยเดินทางออกนอกประเทศไปแค่ 2 ครั้ง จะเตรียมเอกสารของวีซ่าแต่ละทีก็ทุลักทุเล เพราะไม่ค่อยชำนาญ คุณช่วยเขียนคู่มือ (?) ขอวีซ่าให้อย่างนี้ ช่วยได้เยอะเลย

ที่แปลกใจก็คือ สถานทูตญี่ปุ่นเขาชอบใบทรานสคริปต์ (ไม่ได้บังคับ แต่ถ้าเราให้ เขาก็เอาไป) เรียนจบมาตั้งหลายปีแล้ว จะเอาไปดูอะไรของเขานะ - -?

#2 By Piggy on 2007-12-10 15:16

ทำวีซ่าณ สถานฐูตฝรั่งเศส...หึหึหึ...เกลียดมาน!
ข้อมูลในเน็ตก็ไม่เคลีย โทรไปก็ไม่มีคนรับ
ได้วิ่งเข้าวิ่งออกอยู่ 4 รอบเคอะ
เอกสารเตรียมไปเยอะแยะ ไปถึงพี่แกจะเอา 4 ชุด!
ไอ้บ้าที่ไหนจะถ่ายไปพอ ก็ต้องวิ่งออกไปถ่ายตึกข้างๆ
แถมไม่ใช้ระบบบัตรคิวด้วย ยืนต่อแถวสองชั่วโมงมาแล้ว

ยังไม่หมด เอกสารแบบปีพี่ท่านเล่นเป็นภาษาฝรั่งเศสเพียวๆ
ถ้าพวกท่องเที่ยวจะมีอังกฤษ แล้วก็มีคำแปลติดให้ที่บอร์ดด้วย
ถือว่าไปปีหนึ่งต้องพูดฝรั่งเศสได้หรือไงฟระ! ว๊าก!
นึกถึงมันแล้วอารมณ์บูดปูดบวมในทันใดเคอะ
confused smileความรู้ล้วนๆ ขอบคุณค่า confused smile

#4 By (^_^)/nana on 2007-12-10 16:04

หวังว่าผมคงได้ปฏิบัติตามสักครั้งหนึ่งในชีวิตนะครับ อยากไปเองบ้างอ่ะ ทุกทีไปกับหลวง หรือข้ามพรมแดนไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง

#5 By เจ้าชายน้อย on 2007-12-10 17:51

โอ๊ว มาอ่านเป็นความรู้ค่ะ เผื่อจับพลัดจับผลูได้เดินทางไกลๆเองมั่ง
แค่อ่านก็เกร็งแล๊ว เป็นโรควิตกจริคกับเอกสารค่ะ

#6 By gallantfoal on 2007-12-11 02:35

อะแฮะๆ ไม่ค่อยได้ผจญเวรผจญกรรมกับการทำวีซ่าเท่าไหร่... อาจเป็นเพราะไม่ได้ไปประเทศที่เข้ายากๆ (?) หรือมีหน้าตาเป็นอาวุธ (ไม่ช่ายละ)

แต่ชอบใจเรื่องการแต่งกายนี่หละค่ะ โดนใจจริงๆ - -)b

#7 By Choco on 2007-12-15 18:43

เรามีความเชื่ออย่างนึงว่า ยิ่งเตรียมเอกสารไปมากเท่าไหร่ ยิ่งเรื่องมากขึ้นเท่านั้นจ๊ะ เตรียมเท่าที่ระเบียบการเขาระบุมานั่นแหละ แต่ละที่อาจจะขอมาก-น้อยไม่เท่ากัน ก็เอาไปเท่านั้นก็พอ sad smile

และที่สำคัญคือ อย่าซื่อมากจ๊ะ กร๊ากส์ บางคนซื่อสัตย์มาก เค้าถามว่าไปไหนก็บอกความในใจเค้าไปหมดตับไต ยิ่งเค้ารู้ข้อมูลมาก ความน่าสงสัยยิ่งมีมากอ่ะเราว่า แทนที่จะช่วยให้สะดวกขึ้น ดันทำให้เสียเวลามากกว่าอีก (เคยเจออยู่กรณีนึง แต่งงานกันแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียน แล้วคุณพี่เค้าก็ซื่อมาก บอกจนท.ไปตามความสัตย์จริงทุกประการ sad smile เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่บอกเค้าจะอยากรู้ม้ายยย...)

#8 By vendetta on 2007-12-19 22:51

Merry X'Mas and a Happy New Year 2008 open-mounthed smile

#9 By จั่นเจา on 2007-12-24 09:30