ดีค่ะ

เพิ่งกลับมาจากทริปห้าวันสี่ประเทศ (ด้วยความซวย.. ไม่ได้ตั้งใจจริง..) จริงๆแล้วจขบ.ต้องไปดูงาน
ที่เยรมันเมือง
Friedrichshafen (อ่านว่าฟริดริซาเฟ่น.. กว่าจะจำได้ใช้เวลาสามวัน ) แต่ด้วยความที่
จองที่พักช้า ทำให้เราไม่มีโรงแรมนอนแถวนั้นซึ่งเป็นเมืองเหมือน... อืมม.... เอาไงดี... คล้ายเมืองทองธานีบ้านเรามั้งคะ แต่ใหญ่กว่า โดยที่มีที่พักไม่พอ

จขบ.เลยต้องไปนอนออสเตรียแล้วขับรถ (เพื่อนร่วมงานขับ)ไปทำงานที่เยอรมันทุกวันเป็นเวลาสี่วัน
มีวันนึงอุโมงค์แม่งปิดค่ะ รถติดอยู่ชั่วโมงนึง แต่ด้วยความที่ยังไงไม่รู้เราต้องไปลงเครื่องที่สวิส ทำ
ให้ทริปนี้ ลงเครื่องซูริก นอนออสเตรีย ทำงานเยอรมัน (แอบไปเที่ยวลิกเตนสไตน์วันนึง) ซะงั้น

 

เอามาให้ดูเรียกน้ำย่อยหนึ่งภาพนะคะ ตามคำขอ 

the hills are alive with the sound of music.... ที่ลิกเตนสไตน์ค่ะ

 



กลับมาโทรมโคตร .. แล้วจะเอารูปมาลงในระยะเวลาอันไกล้นะคะ
ขอดองอีกแป๊ปเพราะมีเรื่อง
อยากมาเล่าให้ฟังกันก่อน..

 

จขบ.ปกติเป็นพวกไม่ห่วงใยสุขภาพเท่าที่ควรค่ะ มีอะไรๆก็จะโทษว่าเครียดเรื่องงาน หรือ นอนน้อย
หรือดื่มเหล้าจัดไป(นิดหน่อย) แต่ไม่สนใจจะทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ที่สำคัญเป็นคนอ่านหนังสือ
เยอะ เลยคิดว่าโอ้ย.. อาการแบบนี้ชั้นต้องเป็น โน่น นี่ นั่น รักษาแบบ โน้น นี้ นั้น แน่ๆเลย

 

โง่แล้วอวดฉลาดมั้ยคะ? จบสายศิลป์มาแต่วินิจฉัยโรคตัวเองซะเสร็จสรรพ กรรมเลยตามสนองค่ะ

 

สามอาทิตย์ก่อนเรารู้สึกว่ามีก้อนอะไรขึ้นมาที่คอเยื้องลงมาทางใต้หูซ้ายนิดหน่อยค่ะ ก้อนกลมๆกึ่ง
รีนิดหน่อยนี่ไม่ได้ทำให้เราเจ็บแต่ประการใด ถ้าไม่ไปจับมันก็แทบไม่รู้สึก

 

คราวนี้ก่อนจะเกิดไอ้ก้อนี้ขึ้นเรามีสิวเม็ดเล็กๆขึ้นตรงคอค่ะ แถวๆจุดที่มีไอ้ก้อนนี้อยู่พอดี แล้วด้วย
ความฉลาดเริด เคยอ่านเจอว่าสิวขึ้นตรงคอ หรือ แถวหน้าอกแปลว่าเครียดเกินไปทำให้ระดับ
ฮอร์โมนแปรปรวนจขบ.เลยว่า เหม่ ไอ้ก้อนนี้มันต้องมาจากสิวนั่นล่ะ เรื่องสิวๆ ไม่ต้องสนใจ ปล่อย
มันปายตามเรื่องของมัน เดี๋ยวพอสิวหายมันก็หาย.. ฟังดูเป็นตุเป็นตะเป็นเรื่องเป็นราวดีมั้ยคะ..
ไม่รู้ตอนนั้นคิดไปได้ไง ให้ตายสิ

 

พอสิวหายแล้วมันยังไม่หายเว้ยเฮ้ย... แต่ยัง.. การวินิจฉัยโรคตัวเองยังไม่จบลงเพียงเท่านี้

 

คือก่อนหน้านั้นไปซื้อวิตามินมาทานค่ะ คือทาน C, ACE กับ B นัยว่าเอาให้ไม่ต้องกินข้าวกันไปข้างหนึ่ง


ความผิดพลาดอีกข้อคืออิชั้นก็วินิจฉัยสิคะว่า.. โอ๊ะ ไอ้ก้อนกลมๆนี่ต้องมาจากการโอเวอร์โดส
วิตามินแน่เลย (ปกติ เอ ดี อี เค ไม่ละลายในน้ำค่ะ แต่ละลายในไขมัน เลยกะว่า วิตามิน เอนี่ล่ะทำ
ตูแล้ว..)

แล้วก็ไม่สนใจไอ้ก้อนกลมๆขนาดเท่านิ้วชี้นี้อีกต่อไป หันมาลดวิตามินเอง ฉลาดไงคะ กะว่าหายแน่ๆ

 

ไม่หายค่ะ..   คราวนี้หลอนขึ้นมาเล็กน้อยเพราะทฤษฎีที่คิดเอาเองทั้งหมดนั่นไม่ช่วยอะไรเลย..
(รู้งีุ้ถามพี่หมอเชนซะก็หมดเรื่องหรอก) แต่มันต้องไปไอ้ทริปห้าวันข้างบนนั่นแล้วน่ะค่ะ เลยกะว่า
กลับมาจะมาหาหมอทีหลังละกัน

 

พอกลับมาวันจันทร์นี่นะคะ เครื่องลงบ่าย แทนที่จะไปหาหมอก็ขี้เกียจอีก ไอ้ก้อนที่ว่านั่นก็โตขึ้นด้วย แต่แน่น๊อนนนนน เกิดเป็นองคิ ฉลาดขนาดนี้ต้องรู้สิว่าเกิดอะไรขึ้น.. ชั้นต้องเครียดจัดจากทริปบวกเจตแลกแน่ๆไอ้ก้อนเหนื่อย (ตั้งชื่อให้มันแล้วด้วย) มันถึงโตขึ้นขนาดนี้ เอาไว้พรุ่งนี้ (วันอังคาร) เิลิกงานแล้วค่อยไปหาก็ได้ โอ้เย่

 

อังคารเช้าตื่นขึ้นมา... โอ้แม่เจ้า... จากก้อนเดียว มันกลายเป็นสองก้อนค่ะ อยู่ใกล้ๆกันด้วย
อือ...... ม่ายนะ.......


เลยตัดสินใจไปหาหมอก่อนไปทำงานค่ะ โดยแบกทั้งแลปทอป ทั้งเอกสารที่หอบมาจากที่ประชุม(อย่างหนักโคดดด) ไปด้วย กะจะไปทำงานต่อเต็มที่เพราะที่ผ่านมาแทบไม่ได้เชคเมลล์เลย (มี
พอคเก็ตพีซีแต่หนูเหนื่อยนี่)


ตอนไปนี่หลั่นล้ามาก กะว่าหมอคงดูๆ แลๆ ให้ยา จบ


แต่... ไม่ใช่อ่ะกิฟ มันไม่ใช่...
หมอเริ่มต้่นด้วยจับๆ ตรวจๆ ส่องๆ วัดๆ แล้วเริ่มถาม กินเหล้่าสูบ
บุหรี่มั้ยคะ.. ไม่ค่ะ.. มีอาการ ปวดเนื้อตัว ร้อนใน เป็นไข้ รุมๆมั้ยคะ เอ่อ... ปั๊ปโปะ (ร้อนใน)นิดหน่อยค่ะ แล้วก็ให้หมอดู จากนั้นหมอก็ถามว่าไปแอฟริกามาหรือเปล่า.. ใจแป้วมาก.. นี่ตรูเป็นไร
ฟะเนี่ย.. ก็บอกไปค่ะ เดือนมีนาที่ผ่านมา ประเทศบลาๆๆ หมอก็ว่า.. ตอนไปนี่.. โดนอะไรกัดบ้าง
หรือเปล่า.. ไม่นะคะ ...

ม่ายยยยยยย

 

หมอก็... อืม.. จริงๆแล้วเนี่ย ที่คุณเป็นคือต่อมน้ำเหลืองอักเสบนะคะ แต่หมอยังหาสาเหตุของโรค
ไม่ได้เพราะอาจเป็นได้หลายอย่าง เช่น วัณโรค ติดเชื้อเฉยๆ หรือแม้แต่มะเร็ง...

จากนั้นหมอก็ทำไบออพซี่ คือเจาะเอาเนื้อเยื่อตรงนั้นไปเพาะเชื้อเพื่อตรวจ...

 

พี่น้องคะ...... เจ็บ โค ตะ ระ ค่ะ จขบ.ถามหมอว่าไม่ฉีดยาชาหรือคะ หมอบอกไม่ต้อง เพราะ
ที่ฉีดกับที่เจาะเจ็บเท่ากัน...........

ที่ไหนวะ

 

หมอเค้าให้ จขบ.ขึ้นไปนอนบนเตียง มีหมอนขนเป็นนุ่มอย่างสบาย ซักพักเธอก็เดินตามเข้ามา
"ขอเอาหมอนออกนะคะ" แล้วเอาอะไรมาดันๆหลังเพื่อให้คอเราดันขึ้น เหมือนเวลาแวมไพร์จะ
ขม้ำคอเหยื่อน่ะ

จากนั้น

เค้าเจาะ ดูด แล้วก็เอาเข็มอันโตๆนั่น คว้านๆๆๆ หาต่อมน้ำเหลืองล่ะมั้ง..

 

พี่น้องคะ.. มันแปลบปลาบไปถึงสมอง... ต่อเมื่อเธอกระทำจนพอใจแล้วเธอก็ถอนเข็มออกถามเราว่าเจ็บไม๊คะ

 

อยากรู้มั้ยล่ะคะเดี๋ยวดิชั้นจะช่วยเจาะคอหมอให้

 

แล้วเราก็มานั่งคุยกันต่อ.. เธอว่า จริงๆไบออพซี่ให้ผลไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เธอไม่อยากผ่าเอาก้อนเนื้อมาตรวจ เพราะถ้าเธอผ่าแล้วปรากฎว่าเป็นจริงๆมันจะลาม..

โอ้แม่เจ้า่ ขอบคุณที่บอกนะคะ

แต่เธอยังให้ความหวังว่า "อายุน้อยๆอย่างคุณหมอว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะเป็นนะคะ" 

 

 

อือ.....

 

สรุป


๑.วันนั้นเลยไม่ไปทำงานแม่งละ .. กลับไปนอนเลียแผลใจที่คอนโดพร้อมโทรศัพท์โวยวายบอก
ท่านพ่อท่านแม่ และผองเพื่อน.. ทุกคนตกใจ.. แต่มีรายหนึ่งบอก ไม่มีทางหรอกแก ถ้าแกเป็นคง
ตลกน่าดู..

เออ ขอบใจเพื่อน

 

๒.ผลออกวันอาทิตย์นี้ค่ะ.. ตอนนี้กินยาปฎิชีวนะอยู่วันละสองเม็ด สีเขียวๆ กินทันทีหลังอาหาร  ห้ามกินพร้อมนม

 

๓. หมอบอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นสิวเลย

 

๔. กลับมากินวิตามินเหมือนเดิม 

 

พี่น้องคะ ถ้าไม่สบายแล้วคุณไม่ได้มีความรู้ด้านแพทย์ศาสตร์.. ไปหาหมอเถอะค่ะ เพราะข้อสันนิษฐานที่มาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (โง่แล้วอวดฉลาดอย่างฉันเป็นต้น)อาจทำให้อะไร
สายเกินแก้

 

ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าผลจะออกมาสบายหายห่วง แต่ถ้าไม่ อัพบล๊อกครั้งต่อไปคงได้อัพจากโรงพยาบาลล่ะค่ะ

 

wish me luck นะคะ 

 

บาย...

 

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://fszyjqswkciizkf.com">tzrqhohfimxtmnc</a> http://nlvzzuozklsillu.com [url=http://cpfhbdqgenfxqez.com]lichyjjtxtjxdze[/url]

#6 By aqkledmbza (94.102.52.87) on 2010-06-14 12:46

ฮ่าๆ พออ่านตั้งแต่แรกก็พอจะเดาออกแล้วค่ะ ว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เพราะว่าก็เคยเป็นเหมือนกันค่ะ ทีแรกก็พานิคไปเลย เฮ้ย เป็นไรวะคอบวม โชคดีที่ไม่เป็นไรมากค่ะ มันหายไปเอง
เหตุเกิดเพราะไม่รักษาสุขภาพเหมือนกันค่ะ

#5 By gallantfoal on 2008-07-26 10:42

สู้ต่อไป ดูแลสุขภาพด้วยน๊าา

#4 By (^_^)/nana on 2008-07-26 02:12

หายไหวๆ นะครับ

#3 By WhiteMapleS on 2008-07-25 19:38

งืม ตอนอยู่เมืองนอก เกิดอาการอักเสบ ผิวใต้จมูกแดงลอก
ทิ้งไว้ตั้งครึ่งปีแนะ ยันกลับมาบ้านแล้วค่อยไปหาหมอ
แม่ดันพาไปหาหมอหูคอจมูก...ทำไมไม่ไปหาหมอผิวหนังฟระ!
สองอาทิตย์ผ่านไป ยาหมอไม่ได้ผล ยาซื้อเองก็ไม่ได้เรื่อง
จนมาเข้ากทม.ก็ไปหาหมอผิวหนังจริงๆจังๆ
...อาทิตย์เดียวเกือบหายแล้วคะ...
นี่ละนะ คนเรา =_="
ขอให้คุณพี่หายเร็วๆเช่นกันเคอะ
ไม่มีรูปให้ดูเรย งกรูป

#1 By on 2008-07-25 17:38