ยังค่ะ ดิฉันยังไม่ตาย แต่หายไปนานเนื่องจากภารกิจรัดตัว วันนี้กลับมาอีกครั้งในแนวทางที่แปลกจากเดิมค่ะ แต่รับรองคุณภาพติดก้น..เอ้ย คับแก้วเหมียนเดิม

 

ไปไหว้ครูมาค่ะ เมื่อเดือน พค.ที่แล้วที่ตึก เอส ซี บีตรงรัชโยธิน งานนี้จัดโดย อ.แม้ว (ภูเตศวร) กับ อ.ป้าอี๊ด (ทมยันตี) เอาเป็นว่ารายละเอียดของงานหากสนใจหาอ่านเองที่เว็บธรรมะห้านาทีของ อ.แม้วนะคะ

 

แต่วันนี้ที่จะเขียนถึงคือเรื่องบายศรีค่ะ ปกติเขียนแต่เรื่องไปเที่ยว วันนี้รีวิวเรื่องอื่นถ้าอ่านแล้วรู้สึกประหลาดก็ขออำภัย

 

อันว่าจขบ.มีความรู้เรื่องบายศรีน้อยมาก ถึงมากที่สุด หรือแทบจะไม่รู้เลยกะได้ แต่ที่ริอ่าน จะรีวิวเรื่องบายศรีขึ้นมาเพราะมันมีเหตุค่ะ คือจขบ.ได้ไปเวียนเทียน และทำวิปัสสนากรรมฐานที่วัดป่าชนะสงคราม จ.สุโขทัยมาในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา (หน้าไม่ให้ล่ะซิ) แล้วมีโอกาสได้พบและเป็นเพื่อนกับแม่บายศรีค่ะ ไม่ได้บอกเค้าว่าจะเขียนถึง เพราะฉนั้น ฉนี้หนา ขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะคะ

 

แม่บายศรี หรือ พ่อบายศรีคืออะไร ง่ายที่สุดคือคนทำบายศรีนั่นล่ะค่ะ (ง่ายดีมั้ย?) คราวนี้การทำบายศรีใหญ่ๆ เช่นบายศรีที่จะนำขึ้นงานบวงศรวงเทพ เทวดา หรือ ครูบาอาจารย์นั้น เวลาทำ ผู้ทำบางทีต้องถือศีลเคร่งครัดหรือไม่งั้นก็ต้องกินเจ หรือกินอาหารมังสวิรัส (กิน เป็นคำไทยแท้นะจ๊ะ) เพื่อให้ ตนเองและบายศรีบริสุทธิ์ที่สุด ตัวจขบ.อย่างที่เกริ่นมาแต่ต้น ไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้เลย แต่วันที่ไปวัดป่านั้นได้เห็นบายศรีที่แม่บายศรีเชิญมาให้อ.ทมยันตีประกอบพิธีบูชาพระพุทธรูป.. สวยอ่ะค่ะ คือเป็นความสวยที่แบบ งดงาม สง่า อ่อนหวาน ยังไงก็อธิบายเป็นคำพูดได้ไม่หมด.. คราวนี้พอทราบว่าแม่บายศรีคนนี้จะทำในงานไหว้ครูของ อ.แม้วด้วย จขบ.ก็เลยตามไปดูค่ะ (ไม่ได้ตามไปช่วย เพราะกลัวของเค้าพัง) แต่สุดท้ายก็ได้ช่วยนิดๆ เช่นพับดอกบัว ฉีดน้ำบายศรี อะไรเทือกนี้ล่ะค่ะ

 

วันที่จขบ.ตามไปดูนั้นคือวันที่มีการเวียนบายศรี จขบ.ไปช่วงเช้าเพื่อดูการถ่ายทำ (ที่เรียกเอาเองว่าข้างหลังภาพ) จึงได้เห็นกับตาว่ากว่าจะมาเป็นบายศรีอันแสนงดงามนี้ได้ กลวิธี ฟินิชชิ่งเป็นไง ต้องเรียกฟินิชชี่งเพราะเค้าทำกันใกล้เสร็จแล้วค่ะ

 

บรรยายไม่ถูกเลยเอาภาพมาให้ดู (เล่นกันอยย่างนี้เลย)

 

เริ่มจากบายศรีหลักค่ะ

 

บายศรีหลักมีเก้าชั้น แต่ละชั้นใช้ใบตองขึ้นบายศรี (ที่พับไว้แหลมๆเค้าเรียกนิ้วบายศรีค่ะ พับเป็นนิ้วๆแล้วนำมาเย็บขึ้นรูปทีหลัง) ดอกไม่ที่ใช้ เท่าที่เห็นมี ดอกบานไม่รู้โรย ดอกบัวขาว ดอกดาวเรือง ดอกรักกับดอกข่าใช้ทำอุบะ ดอกพุดตูมใข้เสียบปลายนิ้ว งานนี้เค้าทำบายศรีหลักหนึ่งคู่

 

ด้วยความที่บายศรีสูง และหนัก (สำหรับจขบ.น่ะนะคะ) เวลาเคลื่อนนี่ต้องเคลื่อนไปตรงฐาน ยกขึ้นมาไม่ได้ เดี๋ยวคว่ำ บายศรีหลักนี่เวลาผู้ประกอบพิธีจุดธูปเค้าจะนำมาเสียบไว้บนบายศรีนี่ล่ะค่ะ สวยไหมล่า??

 

 

 

ต่อมาเป็นบายศรีตอ ข้างบนเว้นที่ว่างไว้วางมะพร้าว น้ำมะพร้าวถือเป็นน้ำที่บริสุทธิ์นะคะ (คงเพราะอยู่ในลูก ไม่เจือปนอะไรเลย) บายศรีตอนี่เห็นทำหนึ่งคู่เหมือนกัน ดูเหมือนไม่ยากแต่จริงๆคนทำต้องเลือกสีตองให้มีความอ่อนแก่ไกล้กันที่สุดนะคะ ไม่งั้นสีจะ.. เรียกว่าอะไรดีล่ะ.. สีจะไล่แพนโทนกันเกินไป แล้วเนื่องจากใบตองก็เป็นของธรรมชาตินี่เนอะ บางครั้งสีที่ได้มาแต่ละพับก็จะไม่เหมือนกัน ยิ่งตอนตาลายๆนี่เลือกสีตองยากค่ะ

 

 

และก็บายศรีที่เราๆท่านๆน่าจะเคยได้ยินชื่อมากที่สุด บายศรีปากชามค่ะ ชามเล็กๆจริงๆ ไม่ใช่บายศรีปากหม้ออันเบ้อเริ่ม บายศรีปากชามนี้ขอโทษทีเถิด จขบ.จำไม่ได้ว่าเค้าทำกันกี่ชุด

 

จำนวนชั้น หรือ ประเภทที่ทำนี่แล้วแต่โอกาสนะคะ เช่นไหว้เทวดาก็ใช้บายศรีพรหม แต่สุดท้ายแล้วเจ้าพิธีจะเป็นผู้กำหนดค่ะว่าจะเอาอย่างไร กี่ชุด คิดว่าคงมีตำราโบราณนะคะ หรือไม่ก็อาจประยุกต์เอา อันนี้จขบ.ไม่ทราบค่ะ

 

 

 


 

ต่อมาก็พานธูปพานเทียน พานนี้จขบ.ไม่มีคอมเมนท์ใดๆทั้งสิ้นค่ะ เพราะตอนเข้าไปก็เสร็จแล้ว เลยไม่ได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำ

 


 

ส่วนบายศรีที่จขบ.มีส่วนร่วมมากที่สุดคือข้างล่างนี้ค่ะ จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร ใครทราบช่วยหน่อยนะคะ ที่ว่ามีส่วนร่วมมากที่สุดคือ ช่วยติดดอกพุดแท้ ที่ไม่ใช่พลาสติก พรมน้ำ(มิใช่ง่ายนะคะ ต้องอัดน้ำกันแบบกล้ามขึ้นทีเดียว กันบายศรีดำ) พับกลีบบัว ติดดอกบานไม่รู้โรยลงดอกบัว พันอุบะ ใส่ดอกดาวเรือง  สรุปก็คืองานที่หนักไปทางใช้แรงงานมากกว่าฝีมืออยู่ดีล่ะค่ะ

 

ทำไปมือสั่นไป กลัวทำของเค้าล้ม

 

 

 

บายศรีที่เชิญเข้าลานพิธีแล้วค่ะ เห็นได้ว่าเค้าปักเทียนไว้บนยอดบายศรีหลักด้วยนะคะ ตอนนี้มะพร้าวก็อยู่บนบายศรีตอสำเร็จเสร็จดีแล้ว

 

 

 

นี่คือลานหลังทยอยนำบายศรีเข้ามาค่ะ ขออภัย.. ฝีมือการถ่ายรูปมิดี

 


 

เนื่องจากงานครั้งนี้มีไหว้เทพยาดาด้วย เพราะงั้นบายศรีอีกอย่างที่สวยเหลือเกินที่เค้าทำกันคือ บายศรีพรหมประกาศิตค่ะ (ท่านประกาศิตอะไร จขบ.ก็มิอาจทราบได้ค่ะ) รูปนี้ยังไม่เสร็จ พอเสร็จแล้วข้างบนปักดอกบัว...หรือไข่.. (จำไม่ได้ค่ะ วันนั้นคนเยอะมาก)

 

 

 

ขอย้ำอีกครั้งนะคะ จขบ.ไม่มีความรู้เรื่องบายศรีเลย ฉนั้น หากจะมีผู้รู้มาอ่านและช่วยอธิบายอะไรเพิ่มก็ขอบคุณมากค่ะ ถือเป็นวิทยาทานร่วมกันนะคะ

 

ไม่มีความรู้แล้วทำไมมาเขียน? เพราะบายศรีที่แม่บายศรี กะพ่อบายศรี ทำเหล่านี้สวยเหลือใจค่ะ เลยไม่อยากเก็บรูปไว้ดูคนเดียว อยากให้ทุกท่านได้ร่วมภูมิใจกับฝีมือของแม่บายศรีที่เป็นกัลยาณมิตรของจขบ. อายุเธอไม่เท่าไหร่เลย (เท่ากับจขบ. แปลว่ายังสาวใสอยู่) แต่งานบายศรีของเธอนี่.. ก็อย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ

 

เห็นแล้วทราบซึ้งกับภูมิปัญญาไทยโบราณ ความเชื่อ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และเทพยาดาจากใจเท่านั้นจึงทำให้ปรากฎผลงานที่งดงามขนาดนี้ได้ จขบ.คงไม่ได้คิดขนาดจะไปเรียนทำบายศรีค่ะ (แต่ก็ไม่แน่ ใครจะรู้อนาคต) แต่แค่หวังว่าเวลาท่านอยากหาสิ่งที่งดงามบูชาหน้าพระคราวหน้าหากใครมีฝีมือลองคิดถึงบายศรีดูบ้างก็ได้นะคะ (แต่จขบ.เวลาบูชาพระก็พวงมาลัยมะลินี่ล่ะค่ะ แฮ่..)

 

บุญรักษาค่ะ

 

จขบ.

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถึง คุณ ongki

สวัสดีครับ คุณเตย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ surprised smile

ขอแวะมาลงชื่อเยี่ยมบล็อคไว้ก่อน เดี๋ยวจะย้อนกลับไปอ่านเอนทรี่อีกทีนะครับ

#1 By Old Mustang on 2009-06-16 16:23

คุณภาพติดก้น sad smile เอ้ย คับแก้ว question

#2 By ^^ Pat ^^ on 2009-06-20 00:32

แวะมาเยี่ยมครับ หวังว่าคงสบายดีเช่นเคย ภาพบายสีสวยจัง
ชอบแบบที่ทำด้วยวัสดุจากธรรมชาติแบบนี้นี่แหละsurprised smile

#3 By Ripley on 2009-06-29 15:59

อิจฉาจังเลยค่ะ
วิคงไม่มีโอกาสดีๆแบบนี้แน่ๆ

#4 By -wiZ-* (118.174.40.143) on 2009-10-13 22:14