มาต่อภาคสองกับการผจญภัยของปลาหมอและผองเพื่อนค่ะ

มีมิตรรักแฟนเพลงหลายท่านอยากเห็นรูปของสนามบินโรงเกลือ.. เค้าไม่มีอ่ะ

แต่เค้ามีรูปฮิลตั้นมาให้ดู

ห้องน้ำ

ไอ้ครีมอาบน้ำเขียวๆนั้นเอาไปเองค่ะ hand carry from Thailand ฮึ

ส่วนนี่รูปลูกชายของเอเย่นค่ะ เราไปเยี่ยมพี่เค้าที่บ้าน น้องเค้าก็สนใจเราพอๆกะที่เราสนใจเค้าล่ะ
คนหนึ่งพูดอังกฤษ อีกสองตอบเป็นฝรั่งเศส.. สุดท้ายใช้ภาษากายเอาค่ะ สากลโว้ยนะคะ

ที่ำไม่มีรูปในสนามบินเลยก็เพราะว่า..

พี่จ๋า.. วินาทีนั้นอิฉั้นอยากอยู่อย่างเดียวคือออกจากที่นั่นไปให้เร็วที่สุด เลยง่าวมากไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยค่ะ จริงๆลึกๆคงแอบหวังว่าตัวเองจะคิดว่าฝันไป

ฝันว่าถูกดับเบิ้ลบุคทำให้ตกเครื่อง
ฝันว่ากรูได้ทานข้าวเย็นตอนตีสอง
ฝันว่าอิฉันเกือบต้องตั้งรกรากที่คาเมรูน

แม่ง.. ไม่ยักตื่นเว้ย

มันเป็นความจริงเหนือจริงค่ะ มามะ พี่น้อง ตามข้าพเจ้ามา วันนี้เราจะเล่าให้ฟังว่าฉานกลับบ้านมา
ได้อย่างไร

หลังจากที่รู้ว่ายังไงซะก็ไม่ได้ไปในเที่ยวบินนั้นในแบบปกติแล้ว เจ้านายอิฉั้นและเอเย่นบริษัืทเราซึ่งเป็นคนคาเมรูนเนี่ยนก็พยายามไปด้วยวิธีผิดปกติ กล่าวคือ

หนึ่ง.. เนื่องจากเอเย่นมีคนรู้จักในสายการบิน เราจึงติดต่อคนๆนั้น ขอ... นั่งไปบนพื้น! กัปตันไม่ยอมค่ะ โอ้แม่เจ้า.. ถ้าเค้ายอมอะฮั้นก็ไม่มั่นใจว่าใจจะกล้าพอฮ่ะ อ๊ะใครจะรู้ เค้าให้นั่นพื้นตอนหน้าตอนเครื่องขึ้นงี้มันไม่เหวี่ยงชั้นไปอยู่ท้ายลำเรอะ แถมคิดภาพ ปูเสื่อนั่งบน
ทางเดินในเครื่องบิน หอบหมอนไปคนละใบ พร้อมหมอนอิงอีกซักคู่ เค้าคงยอมหรอกนะ.. แต่นี่เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ลูกพี่เอเย่นแกเสนอจริงๆ ให้หมัดกัดเหอะ (ก็พี่เค้าไม่ได้บินไปกะกรูนี่นะ)

สอง.. ขอที่นั่งสำรองของแอร์โฮสเตต.. มีคนจองไปแล้วค่ะ

ทางเลือกสุดท้าย.. ขอที่นั่งหลังกัปตัน! (กรูเอาจริงนะเมิง) คือจะมีที่นั่งเล็กๆสองที่ในห้องขับเครื่องบินใช่มั้ยคะ อารมณ์ตอนนั้นประมาณว่า ยังไงก็ได้เอาหนูออกไปทีเถอะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
มีผู้โดยสารจองไปแล้วอีกเช่นกัน
แสดงว่าเราไม่ได้สร้างสรรค์ที่สุด

การเจรจาทั้งหมดทำโดยคุณเจ้านายที่เคารพ(บุญจริงจริง ท่านสะโป๊ค ฟรองเซ่ได้)กับเอเย่นและสายการบิน แล้วอิฉั้นหายไปไหน

เฝ้ากระเป๋าค่ะ

กรุณา.... อย่าคิดว่าเอ๊ัะก็สบายนี่.. คุณคะ อิฉั้นคงไม่พร่ำพรรณาขนาดนี้หากว่าสนามบินเค้าจะเหมือนสุวรรณภูิมิบ้านเรา.. หรือเอาดอนเมืองก็ได้อ่ะ แต่อย่าลืมสิคะว่าเราอยู่กันที่ตลาดโรงเกลือซึ่งเท่ากับ ร้อน เหงื่อตกกีบ หิวน้ำ กลิ่นอบอวน ส้วมเต็ม และ.. ไม่มีที่นั่งโอ้แม่จ๋า.. หนูอยากกลับบ้าน

วิธีการเฝ้ากระเป๋านี่นั่งดูไม่ได้นะคะ ต้องมีส่วนหนึ่งของร่างกายวางเกยอยู่บนกองกระเป๋าเพื่อจะได้
แน่ใจว่าจะไม่มีใครมาลากไป.. อิฉัน ซึื่งเหนื่อย ร้อน เหงื่อตกกีบ หิว และง่วง ยืนอยู่กับไอ้ที่เข็น
กระเป๋าอยู่สองชั่วโมงครึ่ง.. คนเดียว กลางตลาดโรงเกลือที่พลุกพล่านโค ตะ ระ.. ในชั่วโมงที่สาม (ตอนนั้นประมาณห้าทุ่มแล้วค่ะ เครื่องควรออกตอนสามทุ่ม)ฉันก็รู้ว่าถ่างตาไม่ไหวแล้ว ฉันจะนอน
แล้วนอนอย่างไร.. พี่น้อง.. หญิงไทยใจงามคนนี้... นอนทับกระเป๋าสองลูกใหญ่ๆบนรถเข็นแล้วหลับไปกลางตลาดโรงเกลือค่ะ

อนาถมาก.. ตอนนั้นถ้ามีใครจะเอาทั้งกระเป๋าทั้งกระ กูเค้าก็คงเข็นไปได้โดยที่อิฉั้นก็ไม่ตื่นหรอกค่ะ

แล้วชั่วโมงที่สี่ นายก็มาปลุก บอกว่าเราไปไม่ได้แล้วล่ะคืนนี้ (ท่านเพิ่งรู้หรือคะ ดิฉั้นถอดใจตั้งแต่
เห็นปลาหมอครอกที่สามถูกถีบจากเครื่องแล้วล่ะค่ะ) เอาเป็นว่าคืนนั้นเราโชคดีโคตรที่มีห้องว่างที่
เลอ เมอริเดี้ยน เลยไปตั้งศูนย์บัญชาการหาทางไปเซเนกัลกันที่ั้นั่น


กว่าจะหาตั๋วออกจากประเทศได้... ใช้เวลาสองวันค่ะ โดยสายการบินคาเมรูนแอร์ไลนส์ไม่รับผิดชอบอะไรเลย

ฮือออ... งานนี้ต้องยกความสามารถให้เจ้านายที่เคารพคบได้ที่ไปตบตีแย่งชิงตั๋วมาได้อย่างสวัสดิภาพ เราเจอสาวอิตาเลี่ยนนั่งร้องไห้อยู่กลางสนามบินเพราะหาตั๋วกลับบ้านไม่ได้ น่าสงสาร..

ข้างล่างนี่เป็นตอนก่อนไปคาเมรูน ฉลองวันเกิดเพื่อนที่ปารีสค่ะ

ส่วนนี่.. ดินเนอร์ที่คาเมรูน สามหน่อที่ผ่านโรงเกลือขาเข้ามาได้ด้วยกัน (before and after?)

รูปแถมนางงามรักเด็ก (แต่หน้าเด็กไม่รักกรูเลยวุ้ย)

 

ไปล่ะค่ะ... บุญรักษานะคะ

ปล. พรุ่งนี้จะไปอัมสเตอร์ดัม.. ถ้าไม่ประชุมจนหัวฟูจะเก็บรูปโรงแรม The Times Hotel มาฝากนะคะ จขบ.ชอบที่นี่มากฮิปได้ใจค่ะ

 

ไปคาเมรูนมาค่ะ..

ถ้าจะมีใครถามจขบ.(ถามหน่อยเหอะนะ อยากเล่าให้ฟัง.. ) ว่าที่เดินทางมานั่นน่ะ ประเทศไรหลอนสุดแบบที่ตีตราว่าข้าจะไม่กลับไปอีกน่ะแล้วน่ะ ตอบได้อย่างชัดถ้อยมากค่ะ

คาเมรูน

คาเมรูนเป็นประเทศที่อยู่ทางแอฟริกาตะวันตก ติดกะไนจีเรีย คนพูดภาษาฝรั่งเศส คนที่ภาษาอังกฤษได้มีน้อยมาก

แถมเป็นประเทศที่เข้ายาก ออกแม่งโคดยาก จนคิดว่าจะไม่ได้กลับบ้านซะแล้ว ฮือๆๆๆ

 

เริ่มจากวีซ่าไปประเทศนี้ต้องมีบุญญาธิการอภินิหารโลกแตกเท่านั้นถึงจะทำได้ เมืองไทยไม่มีทาง แต่ตอนที่จขบ.ไปนั้นมีประชุมใหญ่มาก เค้าเลยเตรียมวีซ่า upon arrival ให้แก่ผู้เข้าประชุมงานนี้โดยเฉพาะ โดยให้ไปรับตอนลงเครื่องใน
สนามบินตอนที่ผ่านตม.แล้ว รับกระเป๋าแล้ว เข้ามายืนเก้กังอยู่ข้างหน้า เค้าจะมีรายชื่อไว้ หมาย
ถึงจดไว้ในกระดาษเก่าๆ เยินๆ แบบว่า ตรูจะมั่นใจได้ไงวะว่าพี่เค้าพิมพ์ชื่อชั้นเข้าไปแล้วน่ะ

ปล.เราบินแอร์ฟร้านส์เข้าปารีสแล้วต่อเข้าคาเมรูนนะคะ ทีนี้ เราก็ฉลองอารยธรรมแสงสีสุดท้ายที่
ปารีสที่ผับไฮโซอะไรก็ว่าไป แล้วออกจาก ชาลส์ เดอ โกลล์ อย่างหรูหรา

ไปถึงสนามบินที่ยาอุนเด้ คามเมรูน

 

หึ หึ.. อย่า.. อย่าได้คิดถึงสุวรรณภูมิ.. กรุณาคิดถึง... ตลาดโรงเกลือค่ะ

อะจริงๆนะ

ร้อน (และไม่มีแอร์) ฝุ่นๆๆ กลิ่นตลบอบอวน (สุดยอด) เหงื่อตกกีบตลอดเวลา ต้องแบกกระเป๋าใหญ่ๆเดินตามเจ้าหน้าที่ๆทำวีซ่าให้เพราะเค้าเอาพาสปอร์ตเราไป

กฏเหล็กที่ต้องใช้กับการเดินทางในประเทศแถบนี้คือ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ห้ามให้วีซ่าห่างจากตัว
เด็ดขาด (ที่ไนจีเรียถึงขั้นต้องใส่ไว้ในชุดชั้นในนะคะ แต่ที่นั่น ไปไหนต้องมีทหารรักษาความปลอด
ภัยให้.. จขบ.ไม่เคยไป แต่เพื่อนร่วมงานที่เคยไปเค้าเล่าให้ฟัง)

เอาเป็นว่าเราต้องลากกระเป๋าใบบักเอ้ก (ขอโทษ.. อิฉั้นพัก Hilton แต่ไม่มีสบู่ให้ค่ะ ต้องแบกไปเอง แชมพู ยาสระผม ยาสีฟัน.. แบกไปเองให้หมด กระเป๋าใหญ่เหมือนจะย้ายบ้าน)

แล้วด้วยความที่เป็นตลาดโรงเกลือ เราก็ต้องมุดโน่นมุดนี่ ผลุบนั่นโผล่นี่จนว่าจะได้วีซ่าเกือบสาม
ชั่วโมง
สภาพเหมือนลูกหมาตกโคลนสามตัวที่ผ่านสงครามโลกมาสามครั้งแต่ยังไม่ตาย

ลากสังขารมาได้ ถึงฮิลตั้นที่คืนละ สามร้อยห้าสิบดอลล่า เข้าห้อง.. แคบสุดยอด เอาน่ะหยวนๆ เปิดประตูห้องน้ำ ่ไม่มีสบู่อ่ะ ช่างฟะ ตรูหอบมาเอง ด้าย ไม่เป็นไร หันซ้าย หันขวา มีผ้าเช็ดตัว อะ รอดไป ไม่งั้นต้องใช้วิธีสลัดขนเอา.. กลับมาในห้องนอน

 

อ๊ะ อะไรเดินลอยชายตัดหน้า

มะ มะ มะ แลง สาบ....

อย่า.. อย่าเพิ่งคิดถึงกุ๊ดจี่น้อยสีอ่อนๆแบบไฮโซแถวคอนโดที่สุขุมวิท หรือน้ำตาล
เข้มกร้านโลกขึ้นมาหน่อยที่อำเภอสะบ้าย้อย มันคือ แมลงสาบตัวพ่อ ที่ใหญ่มาก.. พุงเป็นปล้องๆแบบ
สมบูรณ์พูนสุขเต็มที่เห็นได้ในระยะร้อยสามสิบเจ็ดเมตร ตัวสีน้ำตาล หัวสีดำเป็นมันขลับ ฮืออออออออ ที่สำคัญ แมลงสาบแถวนี้ชิวมากอ่ะค่ะ พี่เค้าก็รู้ว่าเราเห็นเค้า

แทนที่เค้าจะหนีอ่ะ เค้ากลับหยุดมองหน้าเราแล้ว หวือออดดดด (เสียงส่ายหนวดทักทาย) เปลี่ยนห้องก็ไม่ได้เพราะโรงแรมเต็มอ่ะ ฮืออ..

เอาเป็นว่าตลอดทริปนั้นมีเพื่อนร่วมห้องเป็นบรรพบุรุษแมลงสาบอ่ะค่ะ ทุกเช้าก่อนไป
ประชุมพี่เค้าจะออกมาจากซอกแล้ว.... หวือออดดดดดดดด ทักทาย อารมณ์ว่า ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ เย็นนี้เจอกัน

ไม่รู้พนักงานทำความสะอาดห้องยังไงพี่เค้าถึงยังอยู่ดูแลจขบ.ได้ซะตลอดทริปขนาดนั้น จริงๆแล้วพี่ไม่ต้องหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจหนูขนาดนี้ก็ได้.. กรูโตแล้ว.. ดูแลตัวเองได้ ไปหวืดดดดด ไกลๆ ได้มั้ยคะ

เอาเป็นว่าประชุมๆๆๆ ทำนั่นโน่นนี่เสร็จก็ เตรียมยุรยาตรจากถิ่นค่ะ ตอนนั้นเราจะไปเซเนกัลต่อ มาถึงสนามบินโรงเกลือ ที่พลุกพล่านเป็นที่ยิ่ง

อย่าคิดว่าจะจากไปได้ด้วยดีนะคะ เราไปกันสามหน่อ หนึ่งหน่อกลับเมืองไทยโดยบินเข้าปารีส จขบ.กะนายไปเซเนกัล เป็นความคิดที่ผิดพลาดที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต

เชื่อหน่อยเถอะค่ะว่าเที่ยวบินทุกเที่ยวที่บินออกจากคาเมรูนในวันนั้นทุกสายการบิน double book หมด แปลว่า ถ้าที่นั่งมีหนึ่งร้อยที่ เค้ารับจองตั๋ว และ คอนเฟิร์ม หนึ่งร้อยกับอีกแปดสิบที่ แล้ว
พี่จะเปิดรับอีกแปดสิบที่ทำซากอะไรคะ จะให้เค้ากระชับมิตรกันโดยการนั่นตักกันไปเรอะไง

สิ่งที่เกิดตามมาคือปลาหมอแปดสิบตัวต่อเที่ยวบินตกคลักอยู่กลางโรงเกลือ ไม่ใช่ข้างในที่พอ
จะมีร้านโน่นนี่นั่นให้นั่ง เดิน บลา บลา บลา นะคะ แต่ตกคลักอยู่ระหว่างประตูเข้าออกกะโต๊ะเช็คอิน
น่ะ แม้แต่แอร์ฟร้านส์ก็ยังมีลูกปลาหมอประมาณร้อยตัวตกคลักอยู่เช่นกัน ท้ายสุดสายการบินเสนอ
เงินหนึ่งร้อยยูโรให้แก่ทุกคนที่ยอมอยู่ที่นี่ต่อไป โดยจะหาเที่ยวบินต่อไปให้โดยเร็วที่สุด

แต่สายที่เสนอคือ แอร์ฟร้านเท่านั้น ที่เหลืออีกประมาณเจ็ดเที่ยวยึดหลัก ตัวใครตัวมันว่ะ รวมๆกัน
เจ็ดสายเหลือผู้โดยสารราวสามร้อยคนทึ่ไร้ที่พึ่งพิง

เพื่อนร่วมงานเราเค้าบินกะแอร์ฟร้านส์ ได้ที่นั่ง สำเร็จเสร็จดีก็ละลิ่วเช็คอินเข้าข้างในไป

อิฉันหรืิอคะ... กระหน่ำซัมเมอร์เซลล์.. บิน คาเมรูน แอร์ไลน์ค่ะ

....

........

 

............

เราจึงเป็นปลาหมอที่ซวยที่สุดในตลาดโรงเกลือ

 

ภาคสองมาต่อ คัมมิ่งซูนนะคะ ตอนนี้ต้องรีบปั่นงานล่ะค่ะ

ดีจ๊ะ

เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตอนไปอัมสเตอร์ดัมเมื่อต้นปีจขบ.ไปหม่ำทรอฟฟอเจียส มาเจ้าค่ะ

ปุจฉา ทรอฟฟอเจีสคืออะราย..

เดี๋ยว.. ขอใช้หมองก่อน ติ๊กตอกๆๆ

ท้าแดม..ม ม ม

ทรอฟฟอเจีสนั้นไซร้าคือขนมครกธรรมดา ขนมครก ขนมครกธรรมดาาา

ปล. วันนี้ทำงาน (แม่งโคตร) เครียดตกเย็นเลยน๊อตหลวม ขออภัย

พูดถึงท้าแดมมแล้วคิดดิดๆว่าจะให้นังลอร่ากะนายจอร์จมานำชิม แต่กลัวทุกทั่นจะกินไม่ลง หุๆ

ความโดดเด่นของทรอฟฟอเจียส.. ต่อไปขอเรียกว่าพี่ต๊อบ คือใครได้กินแล้วจะอ้วนค่ะ
อ้วนแน่ๆอิฉันรับรอง เพราะส่วนประกอบของพี่ต๊อบคือ แ้ป้ง ไข่ เนย น้ำตาล กินแล้วรู้สึกไขมันอุดตันเส้นเลือดขึ้นมาทันที เลือดที่เต็มไปด้วยน้ำตาลจะสูบฉีดไปทั่วร่างกาย สมองหยักๆจะ
ถูกอุดด้วยไขมันนับล้านสเต็มเซลล์ ไขสันหลังจะจับกันเป็นก้อนด้วยเนยๆๆๆ และ เนย

แต่มันอร่อยอ่ะ

เราไปดูบ้านเกิดพร้อมรู้จักหน้าตาพี่เค้ากันเต๊อะ

วันนั้นเป็นวันฝนพรำ.. สาวไทยมีนัดกับพี่ต๊อบที่ร้านนี้ ข้างนอกหนาว ข้างในนี้อบอุ่น
ไปด้วยชอคโกแลตร้อนๆและพระเอกของเรา.. พี่ต๊อบ

บรรยากาศข้างในเป็นกันเองด้วยเครื่องเรือนทำด้วยไม้และไฟเพดานสีเหลืองส้ม กลิ่น
นม เนย หอมมมมม โชยเข้าจมูก.. เอาแค่ได้กลิ่นก็อ้วนแล้วค่ะ แต่นะ ตายเป็นตาย ฮึ่ยยยยย......

พี่เหน่งคนนี้คือเทพเจ้าแห่งความรักที่จะทำให้เรากับพี่ต๊อบได้พบกัน เค้ายืนอยู่หลังเครื่งสร้างพี่ต๊อบค่ะ จริงๆแล้วมันก็เหมือนถาดทำหนมครกนั่นเลยล่ะ

โอมมมม ปาฎิหาริย์จงบังเกิด ขอให้พี่ต๊อบถาดนี้งดงาม อุดมไปด้วยสารอาหารและ
ไขมันด้วยเถิด

และแล้ว เราก็ได้พี่เค้ามาหนึ่งถาด ดูๆแล้วก็คล้ายทาโกะยากิวุ้ย

สาวน้อยก็นั่งรอพี่ต๊อบด้วยความหวังอย่างเอียงอายในมุมหนึ่งของร้านอาหาร

อา.. ในที่สุดเราก็ได้พบกัน

นอกจากระหว่างการสร้างสรรค์พี่ต๊อบลุงเหน่งแกจะใส่เนยมากมายลงไปแล้ว ตอนเอา
มาเสร์ฟนี่เค้าก็็ตักเนยก้อนบะเหิ้มมาให้อีกสองสามก้อน พอโดนพี่ต๊อบร้อนๆเนยจะค่อยๆละลายยยย ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปหมด.. แถม
ยังให้รสเค็มนิดๆอย่างไฮโซ... โอ้ลูกข่าง.. ถึงอ้วนก็ยอมวะ

เวลาตักนะคะ ข้างในก็ยะเยิ้มๆไปด้วยเนย เอามาจุ่มๆเนยแล้วคลุกๆน้ำตาลไอซิ่ง (ยูไม่ซิ่ง) ถึงแม้จะรู้ว่าหนึ่งคำเท่ากับสีึ่พันห้าร้อยหกสิบแปดจุดสองห้ากิโลแคลอรี่
อิฉันคนนี้ก็พร้อมพรีพุงให้พี่ต๊อบเค้าล่ะค่ะ

 

 

 

 

สุดท้ายคือบริการลูกค้าสาวๆ เจ้านายนกน้ำไฮโซที่กลับมาเยือนถิ่น ท่านชอบพอกับพี่ต๊อบมากค่ะ มีกันและกันเสมอ ดูท่าที่ท่านมองพี่ต๊อบด้วยสายตา
หยาดเยิ้มก็คงพอเดาได้เนอะ

 

 

ไปล่ะค่ะ โชคดีน้าา