คาเมรูน.. คุณขอ(รูป)มา เราจัดให้
posted on 07 Jun 2008 22:28 by punnaornมาต่อภาคสองกับการผจญภัยของปลาหมอและผองเพื่อนค่ะ
มีมิตรรักแฟนเพลงหลายท่านอยากเห็นรูปของสนามบินโรงเกลือ.. เค้าไม่มีอ่ะ
แต่เค้ามีรูปฮิลตั้นมาให้ดู
ห้องน้ำ
ไอ้ครีมอาบน้ำเขียวๆนั้นเอาไปเองค่ะ hand carry from Thailand ฮึ
ส่วนนี่รูปลูกชายของเอเย่นค่ะ เราไปเยี่ยมพี่เค้าที่บ้าน น้องเค้าก็สนใจเราพอๆกะที่เราสนใจเค้าล่ะ
คนหนึ่งพูดอังกฤษ อีกสองตอบเป็นฝรั่งเศส.. สุดท้ายใช้ภาษากายเอาค่ะ สากลโว้ยนะคะ
ที่ำไม่มีรูปในสนามบินเลยก็เพราะว่า..
พี่จ๋า.. วินาทีนั้นอิฉั้นอยากอยู่อย่างเดียวคือออกจากที่นั่นไปให้เร็วที่สุด เลยง่าวมากไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยค่ะ จริงๆลึกๆคงแอบหวังว่าตัวเองจะคิดว่าฝันไป
ฝันว่าถูกดับเบิ้ลบุคทำให้ตกเครื่อง
ฝันว่ากรูได้ทานข้าวเย็นตอนตีสอง
ฝันว่าอิฉันเกือบต้องตั้งรกรากที่คาเมรูน
แม่ง.. ไม่ยักตื่นเว้ย
มันเป็นความจริงเหนือจริงค่ะ มามะ พี่น้อง ตามข้าพเจ้ามา วันนี้เราจะเล่าให้ฟังว่าฉานกลับบ้านมา
ได้อย่างไร
หลังจากที่รู้ว่ายังไงซะก็ไม่ได้ไปในเที่ยวบินนั้นในแบบปกติแล้ว เจ้านายอิฉั้นและเอเย่นบริษัืทเราซึ่งเป็นคนคาเมรูนเนี่ยนก็พยายามไปด้วยวิธีผิดปกติ กล่าวคือ
หนึ่ง.. เนื่องจากเอเย่นมีคนรู้จักในสายการบิน เราจึงติดต่อคนๆนั้น ขอ... นั่งไปบนพื้น! กัปตันไม่ยอมค่ะ โอ้แม่เจ้า.. ถ้าเค้ายอมอะฮั้นก็ไม่มั่นใจว่าใจจะกล้าพอฮ่ะ อ๊ะใครจะรู้ เค้าให้นั่นพื้นตอนหน้าตอนเครื่องขึ้นงี้มันไม่เหวี่ยงชั้นไปอยู่ท้ายลำเรอะ แถมคิดภาพ ปูเสื่อนั่งบน
ทางเดินในเครื่องบิน หอบหมอนไปคนละใบ พร้อมหมอนอิงอีกซักคู่ เค้าคงยอมหรอกนะ.. แต่นี่เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ลูกพี่เอเย่นแกเสนอจริงๆ ให้หมัดกัดเหอะ (ก็พี่เค้าไม่ได้บินไปกะกรูนี่นะ)
สอง.. ขอที่นั่งสำรองของแอร์โฮสเตต.. มีคนจองไปแล้วค่ะ
ทางเลือกสุดท้าย.. ขอที่นั่งหลังกัปตัน! (กรูเอาจริงนะเมิง) คือจะมีที่นั่งเล็กๆสองที่ในห้องขับเครื่องบินใช่มั้ยคะ อารมณ์ตอนนั้นประมาณว่า ยังไงก็ได้เอาหนูออกไปทีเถอะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
มีผู้โดยสารจองไปแล้วอีกเช่นกัน
แสดงว่าเราไม่ได้สร้างสรรค์ที่สุด
การเจรจาทั้งหมดทำโดยคุณเจ้านายที่เคารพ(บุญจริงจริง ท่านสะโป๊ค ฟรองเซ่ได้)กับเอเย่นและสายการบิน แล้วอิฉั้นหายไปไหน
เฝ้ากระเป๋าค่ะ
กรุณา.... อย่าคิดว่าเอ๊ัะก็สบายนี่.. คุณคะ อิฉั้นคงไม่พร่ำพรรณาขนาดนี้หากว่าสนามบินเค้าจะเหมือนสุวรรณภูิมิบ้านเรา.. หรือเอาดอนเมืองก็ได้อ่ะ แต่อย่าลืมสิคะว่าเราอยู่กันที่ตลาดโรงเกลือซึ่งเท่ากับ ร้อน เหงื่อตกกีบ หิวน้ำ กลิ่นอบอวน ส้วมเต็ม และ.. ไม่มีที่นั่งโอ้แม่จ๋า.. หนูอยากกลับบ้าน
วิธีการเฝ้ากระเป๋านี่นั่งดูไม่ได้นะคะ ต้องมีส่วนหนึ่งของร่างกายวางเกยอยู่บนกองกระเป๋าเพื่อจะได้
แน่ใจว่าจะไม่มีใครมาลากไป.. อิฉัน ซึื่งเหนื่อย ร้อน เหงื่อตกกีบ หิว และง่วง ยืนอยู่กับไอ้ที่เข็น
กระเป๋าอยู่สองชั่วโมงครึ่ง.. คนเดียว กลางตลาดโรงเกลือที่พลุกพล่านโค ตะ ระ.. ในชั่วโมงที่สาม (ตอนนั้นประมาณห้าทุ่มแล้วค่ะ เครื่องควรออกตอนสามทุ่ม)ฉันก็รู้ว่าถ่างตาไม่ไหวแล้ว ฉันจะนอน
แล้วนอนอย่างไร.. พี่น้อง.. หญิงไทยใจงามคนนี้... นอนทับกระเป๋าสองลูกใหญ่ๆบนรถเข็นแล้วหลับไปกลางตลาดโรงเกลือค่ะ
อนาถมาก.. ตอนนั้นถ้ามีใครจะเอาทั้งกระเป๋าทั้งกระ กูเค้าก็คงเข็นไปได้โดยที่อิฉั้นก็ไม่ตื่นหรอกค่ะ
แล้วชั่วโมงที่สี่ นายก็มาปลุก บอกว่าเราไปไม่ได้แล้วล่ะคืนนี้ (ท่านเพิ่งรู้หรือคะ ดิฉั้นถอดใจตั้งแต่
เห็นปลาหมอครอกที่สามถูกถีบจากเครื่องแล้วล่ะค่ะ) เอาเป็นว่าคืนนั้นเราโชคดีโคตรที่มีห้องว่างที่
เลอ เมอริเดี้ยน เลยไปตั้งศูนย์บัญชาการหาทางไปเซเนกัลกันที่ั้นั่น
กว่าจะหาตั๋วออกจากประเทศได้... ใช้เวลาสองวันค่ะ โดยสายการบินคาเมรูนแอร์ไลนส์ไม่รับผิดชอบอะไรเลย
ฮือออ... งานนี้ต้องยกความสามารถให้เจ้านายที่เคารพคบได้ที่ไปตบตีแย่งชิงตั๋วมาได้อย่างสวัสดิภาพ เราเจอสาวอิตาเลี่ยนนั่งร้องไห้อยู่กลางสนามบินเพราะหาตั๋วกลับบ้านไม่ได้
น่าสงสาร..
ข้างล่างนี่เป็นตอนก่อนไปคาเมรูน ฉลองวันเกิดเพื่อนที่ปารีสค่ะ
ส่วนนี่.. ดินเนอร์ที่คาเมรูน สามหน่อที่ผ่านโรงเกลือขาเข้ามาได้ด้วยกัน (before and after?)
รูปแถมนางงามรักเด็ก (แต่หน้าเด็กไม่รักกรูเลยวุ้ย)
ไปล่ะค่ะ... บุญรักษานะคะ
ปล. พรุ่งนี้จะไปอัมสเตอร์ดัม.. ถ้าไม่ประชุมจนหัวฟูจะเก็บรูปโรงแรม The Times Hotel มาฝากนะคะ จขบ.ชอบที่นี่มากฮิปได้ใจค่ะ
) ว่าที่เดินทางมานั่นน่ะ ประเทศไรหลอนสุดแบบที่ตีตราว่าข้าจะไม่กลับไปอีกน่ะแล้วน่ะ ตอบได้อย่างชัดถ้อยมากค่ะ